เป็นสิวที่หลัง แก้อย่างไรดี

เป็น สิวที่หลัง สาเหตุเกิดจากอะไรบ้าง

สิวเกิดจากต่อมน้ำมันภายใต้รูขุมขน ผลิตน้ำมันที่เรียกว่าซีบัม (Sebum) ออกมาเพื่อสร้างความชุ่มชื้นให้กับเส้นผมและผิวหนัง หากน้ำมันและเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้วไปอุดตันรูขุมขนก็จะทำให้เกิดสิว ทำให้มีอาการแดง บวมหรือเป็นหนอง โดยผลข้างเคียงจากยา เช่น ยารักษาอาการซึมเศร้า อาจทำให้เกิดสิวได้ รวมไปถึงความเครียด นับเป็นปัจจัยที่มีส่วนทำให้เกิดสิว แต่ไม่ใช่สาเหตุหลักที่ส่งผลกระทบโดยตรง โดยสาเหตุของการเกิด สิวที่หลัง มักจะเกิดจากการรักษาความสะอาดที่ไม่ดีพอจนทำให้เกิดเหงื่อไคลและสิ่งสกปรกตกค้าง แต่ยังมีอีกหลายปัจจัยในชีวิตประจำวันที่ทำให้เกิดสิวที่หลังได้ ดังนี้

สิวที่หลัง สาเหตุเกิดจากอะไรบ้าง

  1. ความไม่สะอาดของเครื่องนอน เช่น ผ้าปูที่นอนไม่สะอาด ผ้าห่มหรือหมอนที่สกปรก หากปล่อยทิ้งไว้นานจะเป็นที่สะสมของแบคทีเรียและสิ่งสกปรกซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เกิดสิวที่หลังได้เช่นกัน
  2. การสวมใส่เสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ไม่ดีพอ รวมไปถึงการสวมใส่ชุดนอนซ้ำๆ ทุกวัน หรือการไม่รีบเช็ดผมและเช็ดตัวให้แห้งหลังอาบน้ำเสร็จ จึงทำให้แผ่นหลังเปียกชื้นอยู่ตลอดเวลา และเมื่อสวมใส่เสื้อผ้าก็จะมีความอับชื้นจึงทำให้เกิดความอับชื้นและสะสมเชื้อแบคทีเรีย สิ่งสกปรก และคราบเหงื่อไคล จนเกิดการอุดตันของรูขุมขนแล้วกลายเป็นสิวที่หลังในที่สุด
  3. การระคายเคืองจากเสื้อผ้าที่สวมใส่ ได้แก่ ใช้ผงซักฟอกที่มีฤทธิ์รุนแรง เนื่องจากมีส่วนประกอบของสารเคมีที่ออกฤทธิ์อย่างรุนแรง จึงทำให้เกิดอาการระคายเคืองต่อผิวพรรณ รวมไปถึงการสวมเสื้อที่มีเนื้อผ้าที่ระคายเคืองผิวอย่างผ้าเนื้อแข็ง เมื่อมีการเสียดสีรูขุมขนก็ทำให้เกิดอาการระคายเคือง อักเสบ แดง และกลายเป็นสิวตามมาได้
  4. ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่ใช้กับผิว ตกค้างอุดตันรูขุมขน เช่น ครีมกันแดด ครีมทาผิว น้ำมันนวดผิว แชมพู และครีมนวดผม หากตกค้างอยู่บนผิวหนังเนื่องจากล้างทำความสะอาดไม่หมด ก็เป็นสาเหตุให้รูขุมขนอุดตันจนกลายเป็นสิว ทำให้เกิดสิวที่หลังตามมาได้
  5. ปล่อยให้เหงื่อแห้งไปกับตัว โดยไม่รีบอาบน้ำหลังจากที่เหงื่อออกจนชุ่มโชก จึงเป็นสาเหตุของการเกิดสิวที่หลัง เพราะความสกปรกของคราบเหงื่อไคลและเชื้อแบคทีเรียนั่นเอง
  6. รับประทานของทอดหรือมันๆ รวมถึงแป้งและน้ำตาลเป็นประจำ อาหารที่มีส่วนประกอบของไขมันและน้ำตาลสูง เช่น ช็อกโกแลต หรือขนมหวาน เป็นสาเหตุทำให้เกิดสภาวะผิวมันมากขึ้น จึงทำให้เกิดการอุดตันในรูขุมขนและเกิดสิวที่หลังได้ง่าย และมีผลวิจัยยืนยันว่าการบริโภคคาร์โบไฮเดรตเช่นขนมปังขาวหรือมันฝรั่งทอดอาจทำให้เป็นสิวได้ เพราะเพิ่มระดับน้ำตาลในเลือดที่เป็นสาเหตุของการเกิดสิว
  7. กรรมพันธุ์ และฮอร์โมน ปัญหาเรื่องสิวที่เกิดขึ้นอาจส่งผ่านจากกรรมพันธ์ครอบครัวได้ นอกจากนี้การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน ก็เป็นอีกสาเหตุหลักของปัญหาสิวได้เช่นกัน ดังนั้นสิวจึงมักปรากฏในช่วงวัยรุ่น, ผู้หญิงที่อยู่ในช่วงการมีประจำเดือน หรือตั้งครรภ์รวมถึงช่วงที่ร่างกายเกิดความเครียด ซึ่งเป็นช่วงที่ฮอร์โมนมีการเปลี่ยนแปลง และมีภาวะไม่สมดุลกันในร่างกาย ซึ่งอาจทำให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนแอนโดรเจน (ฮอร์โมนเพศชาย) ในสัดส่วนที่มากกว่าฮอร์โมนเพศหญิง จึงทำให้เกิดผิวมัน รูขุมขนกว้าง และเป็นสิวได้ง่าย ก่อให้เกิดการเป็นสิวที่หลังตามมา

วิธีแก้และป้องกันการเป็นสิวที่หลัง

 วิธีแก้สิวที่หลัง สามารถรักษาตัวเองในเบื้องต้นเพื่อลดการแพร่กระจายของสิวได้โดย

  1. การใช้ผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์สำหรับรักษาสิวที่ไม่ต้องใช้ใบสั่งแพทย์ เช่น เบนโซอิลเปอร์ออกไซด์ กรดซาลิซิลิก รีซอร์ซินอล กำมะถัน หรือแป้งน้ำรักษาสิว แต่หากรักษาตนเองเบื้องต้นไม่ได้ผล ควรไปพบแพทย์ อาจจำเป็นต้องไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคผิวหนังโดยเฉพาะ เพื่อหาสาเหตุหรือสิ่งที่กระตุ้นให้เกิดสิวที่หลัง แพทย์อาจสั่งจ่ายยาทั้งยารับประทานและยาครีมเพื่อใช้รักษาต่อไป
  2. ทาทีทรีออยล์ “ทีทรีออยล์” มีคุณสมบัติช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียและเชื้อราในรูขุมขนอันเป็นต้นเหตุของสิวได้ โดยใช้สำลีก้อนกลมหรือคอตตอนบัดจุ่มทีทรีออยล์ จากนั้นนำมาแตะ ๆ บริเวณที่เป็นสิว จะช่วยลดการอักเสบ ทำให้สิวและรอยแดงดูจางลง
  3. พอกหลังด้วยดินสอพอง และมะนาว นำดินสอพองผสมกับน้ำมะนาวให้เข้ากันจนเป็นเนื้อครีมเหลว ๆ จากนั้นนำมาพอกให้ทั่วแผ่นหลัง ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที แล้วล้างออกให้สะอาด ทำอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง โดยดินสอพองจะช่วยลดการอักเสบของสิว ทำให้สิวยุบและแห้งลง ส่วนน้ำมะนาวจะช่วยผลัดเซลล์ผิวให้กระจ่างใส และทำให้รอยสิวจางลง
  4. พอกหลังด้วยว่านหางจระเข้ ว่านหางจระเข้ มีสรรพคุณช่วยลดการอักเสบของสิว รอยแผล และจุดด่างดำได้เป็นอย่างดี เพียงนำเนื้อว่านหางจระเข้ มาทาบริเวณที่เป็นสิว จะช่วยให้สิวยุบลง
  5. ทำความสะอาดบริเวณที่เป็นสิวอย่างอ่อนโยน รวมถึงไม่ควรแกะหรือบีบสิวเพราะอาจทำให้เป็นแผลเป็นหรือเกิดการติดเชื้อ

วิธีแก้และป้องกันการเป็นสิวที่หลัง

วิธีป้องกันการเป็นสิวที่หลังที่ดีที่สุดคือการลดความเสี่ยงของการเกิดสิว โดยจำกัดการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วมผสมหลักเป็นน้ำมัน ลดแรงกดบริเวณหลังและหลีกเลี่ยงการใช้ยาบางชนิด หรือลดความเสี่ยงด้วยวิธีอื่น ๆ เช่น

  1. ไม่ให้ผมสัมผัสโดนหลัง เพราะร่างกายคนเรามักผลิตน้ำมันออกมาสร้างความชุ่มชื้นให้ผิวหนังและเส้นผมอยู่เสมอ หากปล่อยให้ผมสัมผัสกับหลังอยู่บ่อย ๆ สิ่งสกปรกหรือน้ำมันจากผมอาจก่อให้เกิดสิวที่หลังได้ ควรมัดผมหรือรวบผมเวลาที่มีเหงื่อและสระผมให้สะอาดอยู่เสมอ รวมไปถึงพยายามไม่ให้ครีมนวดผมหรือแชมพูไหลผ่านหลัง เพราะส่วนผสมในผลิตภัณฑ์อาจทำให้รูขุมขนอุดตันได้
  2. ใส่เสื้อผ้าหลวม ๆ หากเหงื่อออก เสื้อผ้าหลวม ๆ จะช่วยให้ผิวผ่อนคลายและระบายเหงื่อ แต่เสื้อผ้าที่คับหรือพอดีตัวเกินไปจะดักจับเหงื่อและสิ่งสกปรกไว้พร้อมทั้งยังเสียดสีบริเวณผิวหนังหรือรูขุมขน การถอดเสื้อออกกำลังกายในบริเวณที่พื้นสกปรกหรือบริเวณที่เครื่องเล่นเต็มไปด้วยเหงื่อก็อาจก่อให้เกิดสิวได้
  3. รักษาความสะอาดของร่างกาย หากใครที่ต้องออกไปเจอสิ่งสกปรก มลภาวะ และมีเหงื่อสะสมบนเสื้อผ้ามากๆ เมื่อกลับถึงบ้านแล้วควรรีบอาบน้ำให้สะอาด ไม่รอจนเกิดการหมักหมมของเหงื่อบนเสื้อผ้า เพราะจะยิ่งทำให้เกิดสิวที่หลังได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่ต้องออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาเป็นประจำ ควรรีบทำความสะอาดร่างกายให้สะอาด เพื่อลดการสะสมของเหงื่อควรอาบน้ำให้เร็วที่สุดหลังจากออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาทุกครั้ง
  4. เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนต่อผิวหรือไม่ก่อให้เกิดการอุดตัน ซึ่งผลิตภัณฑ์แบบนี้นอกจากจะดีต่อผิวมากขึ้นแล้ว ยังไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองเพิ่มขึ้น ไม่ทำให้สิวยิ่งอักเสบขึ้นด้วย เช่นการเลือกใช้ครีมกันแดดอย่างเหมาะสม โดยครีมที่มันเกินไปอาจทำให้รูขุมขนอุดตันได้ ควรเลือกครีมกันแดดที่ปราศจากน้ำมันและเบาบางต่อผิว
  5. ทำความสะอาดของอุปกรณ์เครื่องใช้ต่างๆ เป็นประจำ หมั่นทำความสะอาดเสื้อผ้า หรือนำของใช้ที่ต้องสัมผัสกับผิวหนังเป็นประจำไปซักอยู่เสมอ และเพื่อป้องกันการระคายเคืองแนะนำให้เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ซักผ้าที่อ่อนโยนต่อผิวด้วยเช่นกัน
  6. การขัดผิว สครับผิว นอกจากจะช่วยผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดลอกออก ยังช่วยลดการเกิดสิวอุดตันได้ดี การขัดผิวอย่างอ่อนโยน เช่น การใช้กรดซาลิซิลิกขัดผิว การขัดผิวช่วยขจัดสิ่งสกปรกและน้ำมันบนผิวหนัง รวมไปถึงลดจำนวนของเซลล์ผิวที่ตายแล้วที่มักไปอุดตันรูขุมขน แต่ไม่ควรทำรุนแรงหรือบ่อยเกินไปเพราะทำให้ผิวแห้งระคายเคือง
  7. เลือกกินอาหารให้มากขึ้น ลดการกินของมันของทอดแล้ว เพิ่มอาหารประเภทผัก ผลไม้ ธัญพืช และดื่มน้ำให้เพียงพอ ซึ่งการดื่มน้ำให้เพียงพอจะช่วยทั้งดีท็อกซ์ลำไส้และยังช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งขาวผ่องมากขึ้นเลือกบริโภคเพื่อสุขภาพ การเลือกบริโภคเพื่อสุขภาพ ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดสิวได้

อ้างอิง :